13 พฤษภาคม 2552

วิทยชุมชนติง กทช.วางระเบียบเข้มไม่เอื้อชุมชน


โดย : ทีมข่าว อสช.
http://newsnet1951.blogspot.com/2009/05/blog-post_7136.html


ไม่สนองต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ โดยชุมชน เพื่อชุมชน ปัด ทำไมโฆษณาไม่ได้ ให้ไปถาม ส.ส.ที่ออกกฎหมาย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2552 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อรับฟังความคิดเห็น เรือง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) และร่างมาตรฐานเทคนิคฯ มีตัวแทนวิทยุชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 5,000 ตน ให้ความสนใจร่วมเวทีแสดงความคิดเห็น จากแนวคิดการจัดเวทีของ กทช.ก่อนหน้านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นร่างทรงของใคร การกำหนดกระบวนการอนุญาตจดทะเบียนวิทยุชุมชน ไม่เอื้อต่อชุมชนอย่างแท้จริง ไม่ไม่สนองตอบต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ มาตรา40 ของรัฐธรรมนูญปี 40 และ รัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งโดยหลักแล้วการกำหนดแนวทางต่าง ๆ องค์กรทีเกี่ยวข้องเช่น กสช.หรือ กสทช.ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจาก ยังขาด กฎหมายสำคัญอีกฉบับหนึ่งคือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ แต่ กทช.ก็กำหนดกรอบออกมา ซึ่งผู้ประกอบวิทยุชุมชนมองว่าเป็นพิมพ์เขียว ที่ผู้ประกอบมิได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น อาจก่อปัญหาตามมา ดังเช่นที่เกิดขึ้นแล้ว หลังมติ ครม.ปี 47 สมัยรัฐบาลทักษิณ โดยนายวิษณุ เครืองาม ว่า " วิทยุชุมชนสามารถโฆษณาได้ไม่เกิน 6 นาที ต่อ ชั่วโมง" ทำให้การผุดวิทยุชุมชนจาก 200 กว่าสถานี กลายเป็น 5-6 พันสถานีในปัจจุบัน ประเด็นคลื่นทับซ้อน คลื่นรบกวน การแย่งโฆษณา


ประเด็นการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเวทีนี้ เกี่ยวกับนิยาม คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต วิธีการพิจารณาในการออกใบอนุญาต หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่ การใช้เครื่องวิทยุคมนาม และการจัดตั้งสถานีวิทยุคมนาคม การบริหารจัดการสถานี บทเฉพาะกาล และมาตรฐานทางเทคนิค
เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมมองว่า กทช.ตั้งธงไว้โดยกำหนดกรอบและวิธีในการพิจารณา แม้จะรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการก็จริง แต่มีพิมพ์เขียวไว้แล้ว ผู้ประกอบวิทยุกระจายเสียงชุมชนเสียเปรียบต่อวิทยุหลักที่ กทช.กำหนดไว้ จำนวน 300 กว่า สถานี ทั้งที่บางสถานีขอเปิดใหม่ แต่สวนราชการที่เกี่ยวข้องสอดไส้เพิ่มขึ้นมาใหม่ ทั้ง ๆ ที่ตาม พ.ร.บ.ผู้ประกอบการ ฯ จะต้องมีแนวทางการปฏิบัติในการขออนุญาตจะต้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และจะต้องดำเนินการโดย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง (กสช.) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ความคิดเห็นในประเด็นที่สะท้อนจากเวที กทช.เร่งรัดเกินไป ทั้ง ๆ ที่แนวทางการปฏิบัติ จะต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นไว้ถึง 4 เวที ทั่วประเทศ เพื่อระดมความคิดเห็น กำหนดกรอบโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง และสังเคราะห์ถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง กทช.ทำในครั้งนี้เพื่อให้เสร็จสิ้นไปตามกฎหมาย ที่กำหนดว่าในขณะที่ไม่มี กสช.ให้ กทช.ดำเนินการ ซึ่งตนเองจะไม่รับผิดชอบต่อผลกระทบที่จะตามมาในอนาคต ดังเช่นการอนุญาตให้วิทยุชุมชนโฆษณา ได้ 6 นาทีต่อ ชั่วโมง ประการสำคัญกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไม่เอื้อต่อชุมชน และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในการจัดสรรคลื่นความถี่ ตั้งแต่ มาตรา 40 ในรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ซึ่งมีเจตนารมณ์อันเดียวกัน ที่ ชุมชนจะเข้าถึง และได้รับประโยชน์มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสหพันธ์วิทยุชุมชนภาคเหนือ ได้ยื่นหนังสือต่อ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ เลขาธิการ กทช. และเตรียมเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยต่อหลักเกณฑ์ที่ไม่เอื้อต่อประชาชน

ขอขอบคุณ http://newsnet1951.blogspot.com/2009/05/blog-post_7136.html